เนื่องจากว่าผมยังเป็นนักเรียนนักศึกษา และที่บ้านก็มี Wi-Fi ใช้อยู่แล้ว ผมเลยไม่อยากใช้โปรเน็ตโทรศัพท์ที่แพงมากนัก เดิมทีผมใช้โปรเน็ต 199 ได้เน็ตเต็มสปีด 1.5 GB ไม่มี FUP ของ Happy (Dtac เติมเงิน)

Screenshot_20160528-114834

แต่บางเดือนผมดันใช้เกินและโดนเก็บเงินเพิ่ม ผมเลยต้องหาโปรใหม่ที่ไม่แพงมากนัก จนมาเจอกับโปรเน็ตไม่ลดสปีด 512 kbps ในแอพ e-service โดยบังเอิญ ราคา 89 บาท/สัปดาห์ ผมเลยลองสมัครดู เพราะคิดว่าน่าจะเร็วกว่า 384 kbps ของ My by cat ที่น้องผมใช้อยู่


เน็ต 384 kbps 512 kbps คืออะไร

ปกติถ้าพูดถึงโปรเน็ต หลายคนจะนึกถึงปริมาณข้อมูลที่ใช้ได้ เช่นจ่าย 599 บาทต่อเดือน ได้เล่นเน็ต 10 GB ได้โทร 300 นาที (สมมุตินะครับ) โดยอินเทอร์เน็ตจะได้ใช้เต็มสปีดเลย ความเร็วสูงสุด 100 mbps (<- ไม่เคยถึงหรอก มีแค่ในตัวเมืองที่ได้ความเร็วเท่านี้) แต่ถ้าใช้ครบ ก็จะติด FUP โดนลดความเร็วลงมา ไม่ก็โดนตัดไปเลย

แต่โปร 384 kbps และ 512 kbps จะเป็นโปรเน็ตที่ไม่จำกัดปริมาณรับส่งข้อมูล คือจะเปิด 24 ชั่วโมงตลอด 365 วันก็ได้ แต่จะโดนจำกัดความเร็วเหลือแค่ 384 kbps (0.38 mbps) หรือ 512 kbps (0.5 mbps) เท่านั้น

พูดง่ายๆ ก็คือ แทนที่จะได้เล่นเน็ตที่ความเร็วสูงสุดไม่กี่วัน แล้วโดนลดความเร็วลงมาจนอืดมากๆ ก็เปลี่ยนมาเป็นโปรเน็ตที่โดนลดความเร็วถาวรอยู่แล้ว แต่เร็วขึ้นมาอีกหน่อยแทน


ทดสอบความเร็ว

Screenshot_20160528-114743

ผมทำการทดสอบด้วยแอพ Speedtest ได้ความเร็ว 0.51 Mbps ถือว่าตรงตามที่บอกไว้ แต่เท่าที่ใช้มา 2-3 วัน บางครั้งความเร็วโดนลดเหลือ 0.42 หรือตกไปอยู่ที่ 0.35 ก็มีบ้าง แต่โดยรวมถือว่าทำได้ดีครับ

Screenshot_20160528-121432

ทดสอบอีกครั้งด้วยแอพ nPerf ได้ความเร็ว 0.42 Mbps ดูวีดีโอ 720p ไม่ได้เพราะ timeout ก่อน


ใช้งานจริง

ผมจะเปรียบเทียบเน็ต 384 กับ 512 จากการใช้งานจริงตามความรู้สึกของผมนะครับ เนื่องจากไม่ได้คุมตัวแปรไว้ เลยอาจจะไม่ถูกต้องสักทีเดียว

สถานที่ทดสอบ : บ้านผมเอง อยู่แถวๆ มีนบุรี สัญญาณเป็น H/H+ และ 4G ในบางครั้งสำหรับ Dtac

เน็ต 384 kbps : โปร 99 บาท/31 วัน ของ My by cat ทดสอบบน Samsung S6

เน็ต 512 kbps : โปร 89 บาท/7 วัน ของ Dtac ทดสอบบน Samsung S7 edge

  1. Facebook (แอพ Android)
    384 : โหลดข้อความเร็ว แต่รูปต้องใช้เวลาโหลดสักพักกว่าจะโหลดเสร็จ
    512 : รูปภาพโหลดเร็วกว่า 384 อย่างเห็นได้ชัด บางรูปโหลดปุ๊บมาปั๊บ
  2. อัพโหลดรูปใน Facebook
    ไม่ต่างกันมาก แต่ 512 เร็วกว่านิดหน่อย
  3. เปิดเว็บทั่วๆ ไป
    384 : ต้องใช้เวลาสักพัก ไม่กดปุ๊บมาปั๊บเหมือนเน็ตเต็มสปีด
    512 : ต้องรอสักพักเหมือนกัน แต่ไวกว่า 384 พอสมควร
  4. โหลดแอพใน Play Store
    ช้าเหมือนกันทั้งคู่ ผมรอไม่ไหวเลยยกเลิกไปก่อน
  5. ดู Youtube (ตั้ง Auto ไว้)
    384 : ค่าดั้งเดิม 144p แต่ดู 360p ได้ไม่มีปัญหา ส่วน 480p ต้องรอนิดหน่อย
    512 : ค่าดั้งเดิม 240p สามารถดู 480p ได้สบายๆ
  6. แอพธนาคาร (ทดสอบด้วยการโอนเงิน)
    ทั้งคู่สามารถทำได้โดยไม่มีปัญหาอะไร
  7. [CHALLANGE] ต่อ Hotspot เล่น League of Legends
    384 : ไม่ได้ทดสอบ
    512 : เล่นได้สบาย ping อยู่ที่ 47-60 มีบางครั้งที่พุ่งขึ้นไปร้อยกว่า แต่สักพักก็กลับมาปกติ

สรุป

เน็ตจำกัดสปีดถือเป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะใช้เน็ตแรงๆ แปปเดียวก็ติด FUP โดนลดสปีด (สำหรับคนที่งบน้อยแบบผม ใครใช้โปรแพงหรือได้โปรลับก็สบายไป) เพื่อให้ง่ายต่อการเปรียบเทียบ ผมจะยกโปรเน็ตของ My by cat มาให้ดูครับ

384kbps = 99 บาท/31 วัน

512kbps = 215 บาท/31 วัน

ผมคิดว่า 384 kbps คุ้มค่ากว่าถ้าไม่ได้เอาไปดูวีดีโอบ่อยๆ แต่ต้องทนหงุดหงิดเวลาโหลดรูปในเฟซบุ๊ค แลกกันครับ แต่ถ้าใครงบเยอะหน่อยหรือชอบดูวีดีโอ เน็ต 512 kbps ถือว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมากเลยครับ

ถึงแม้ว่า 384 kbps จะถูกกว่ากันเยอะ แต่ผมแนะนำให้ใช้ 512 kbps ขึ้นไปจะดีกว่า ถ้าจะให้ดี เลือกแพ็คเกจ 1 mbps ไปเลยครับ เร็วกว่ากันเห็นๆ