ผมเรียนมหาลัยคณะเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ แม้ว่าโน๊ตบุ๊คไม่ใช่สิ่งที่ Required แต่ถ้ามีแล้วชีวิตจะดีขึ้นเยอะมาก ดังนั้นผมต้องหาโน้ตบุ๊คมาใช้เล่นเกมประกอบการเรียน แม้ว่าจะมี PC อยู่ที่บ้านแล้วก็ตาม

ผมได้งบมาไม่จำกัด เท่าไรก็ได้ แต่มีเงื่อนไขคือต้องใช้ 4 ปีขึ้นไป (ใช้ตั้งแต่เริ่มเรียนมหาลัยจนเรียนจบ) แม้ว่าจะได้งบไม่อั้นแต่ผมก็ไม่อยากซื้อแพงมาก ผมคิดว่าโน้ตบุ๊คในช่วงราคา 30,000 – 40,000 บาท คุ้มค่ามากที่สุดเมื่อเทียบกับเงินที่จ่ายไป (ถ้าไม่เกรงใจคงจัด Dell XPS 15 ไปแล้ว)

สิ่งที่ผมอยากได้คือซีพียู i7 Skylake (gen 6), แรม8, หน้าจอ 15.6″ 1920*1080, usb3.0+, อัพเกรด m.2 ssd ได้, ประกัน 2 ปีขึ้นไป, ไม่หนาและหนักมากเกินไป

หลังจากที่หาขอมูลในเน็ตและเช็คตามร้านคอมฯ เจออยู่ 5 ยี่ห้อที่ตรงความต้องการ คือ Asus, Dell, HP, Lenovo, MSI แต่ผมไม่ชอบบริการหลังการขายของ Asus และไม่ชอบดีไซน์ของ MSI ทั้งๆ ที่สเปคดีทุกอย่าง

  • Dell Inspiron 7559 W561082TH
  • HP Pavilion Gaming 15-ak008TX
  • Lenovo Ideapad Y700

เมื่อพิจารณาข้อดีข้อเสียของ 3 ยี่ห้อที่เหลือ ผมคิดว่า Dell ตรงตามความต้องการมากที่สุดครับ


Spec : Dell Inspiron 7559 W561082TH

Intel Core i7-6700HQ
Windows 10 Home 64 bit
8GB DDR3L-1600MHz
SSHD 1TB + 8GB Cache
Nvidia GeForce GTX 960M 4GB GDDR5
15.6″ Full HD (1920*1080) Anti-Glare LED
3 Years ProSupport
ราคาหน้าป้าย 39,990 บาท แถมกระเป๋าเป้ฟรี

จากสเปคเดิม ผมได้ทำการอัพเกรดเครื่องนิดหน่อย

RAM : 8GB -> 16GB (ร้านที่ผมซื้อแถมแรม 8 GB ฟรี)
SSD : Sandisk M.2 2280 128GB (2,000 บาทถ้วน ซื้อร้าน Ad***e)


ตัวเครื่องภายนอก

ในบรรดาโน้ตบุ๊คที่ผมเลือกมา Dell หน้าตาธรรมดามาก ดูไม่ออกว่าเป็นโน้ตบุ๊คเกมมิ่ง เพื่อความสะใจผมเลยเลือกสีแดง (ตอนซื้อมีแต่สีดำ สีแดงหายากมาก เดินทั่วตึกเจออยู่สองร้าน แถมยังไม่มีของอีกต่างหาก ต้องสั่งจองไว้)

ฝาหลังเป็นสีแดง โลโก้สีดำ (ถ้าเครื่องดำโลโก้จะเป็นสีแดง พูดง่ายๆ ก็คือสลับกัน) วัสดุเป็นพลาสติกเคลือบ Soft Touch ตอนจับรู้สึกพรีเมี่ยมดี แต่มีข้อเสียคือเป็นรอยนิ้วมือง่าย ต้องเช็ดบ่อยๆ

20160606_130738

20160606_125818

จุดที่ผมชอบคือด้านล่างเครื่อง สามารถไขน็อตเพียงตัวเดียวเพื่อทำการอัพเกรดได้เลย แถมยังเรียงอุปกรณ์ไว้สวยมากด้วย

20160606_131153

มีลำโพง Subwoofer ด้วย

20160602_133250

เปลี่ยน HDD เพิ่ม RAM และ M.2 SSD ได้เลย (ในรูปยังไม่ได้ใส่ M.2 SSD)

ที่ชาร์จและอแดปเตอร์

ปลั๊กเป็นแบบสามหัว ตัวอแดปเตอร์ขนาดใหญ่และหนัก แต่มีสายรัดวัสดุคล้ายกับนาฬิกายางติดมาด้วย ส่วนหัวเสียบมีไฟสีน้ำเงินแสดงสถานะ

20160602_204220

ไฟสีน้ำเงิน แต่ถ่ายออกมาดันเป็นสีฟ้าซะงั้น

20160606_134258

ตอนเก็บสายจะเหลือแค่นี้

20160606_134327

อแดปเตอร์ 130 วัตต์

หน้าจอ

หน้าจอ IPS 15.6″ ความละเอียด Full HD 1920*1080 ใช้แล้วสบายตากว่า 1366*768 เยอะมาก ผมชอบตรงที่เป็นจอด้าน ไม่สะท้อนเหมือนจอกระจก แต่ต้องแลกกับคุณภาพสีที่ดรอปลงมา

20160602_133822

สังเกตุว่าแสงไม่สะท้อนเหมือนจอกระจก

คีย์บอร์ดและทัชแพด

คีย์บอร์ดเป็นข้อเสียหลักของโน้ตบุ๊คยี่ห้อนี้ ธรรมดามาก โน้ตบุ๊คราคาสามหมื่นกว่าบาทควรทำได้ดีกว่านี้ ตัดไฟ Blacklit ออก ปุ่มตื้นมาก พิมพ์ไม่มันส์เลย

แป้นพิมพ์เป็นแบบ Full Size มีแป้นตัวเลขให้ครบ ปุ่มลูกศรโดนลดขนาด ปุ่มเลข 0 เป็นแบบปุ่มยาว ถ้าใครเล่นเกมอาจจะไม่ชอบตรงนี้

ปุ่ม Function (F1-F12) ถูกแทนที่ด้วยปุ่ม Multimedia ซึ่งได้ใช้ประโยชน์บ่อยกว่า อย่างเช่นเพิ่ม-ลดเสียง ปรับแสง ควบคุมแพลง ฯลฯ ถ้าใครไม่ชอบสามารถปรับกลับเป็นปุ่ม Fn ได้ด้วยโปรแกรมในเครื่อง

20160606_131613

ปุ่ม Caps Lock มีไฟแสดงสถานะ แต่ Num Lock ไม่มี

20160606_131705

ปุ่มลูกศรลดขนาดเหลือครึ่งนึง แต่ปุ่มเลข 0 จะเป็นแป้นยาว

Touchpad ขนาดใหญ่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ผมเลือกเครื่องนี้ บางยี่ห้อเล็กเกินไป ถึงแม้ว่าจะมีเมาส์แต่ทัชแพดใช้งานสะดวกกว่าในบางครั้ง

แม้ว่าจะไม่เทพเหมือน Macbook แต่ก็รองรับ Gesture Control ของ Windows 10 ใช้สองนิ้ว Scroll เลื่อนขึ้นลง ย่อ-ขยาย หมุน สลับแอพได้

20160606_130918

Touchpad ด้านทแยงยาว 13 ซม.

สเปค

2559-06-06 16_40_23-System

2559-06-06 13_28_14-Piriform Speccy

ซีพียู

CPU Intel Core i7 6700HQ มี 4 Core 8 Thread 2.60GHz เร่งความเร็วได้ถึง 3.5GHz มีข้อดีกว่าตัว i5 คือหน้า Performance ใน Task Manager จะดูอลังการกว่า

2559-06-06 15_43_18-Task Manager

แรม

เสียดายมาก ถ้าตัวนี้ได้แรม DDR4 จะเป็นอะไรที่ดีมาก แต่เอาเข้าจริง DDR3L ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร ในเครื่องให้มา 8GB ส่วนตัวผมคิดว่าแค่นี้ก็พอแล้ว กะว่าจะรออีก 2-3 ปีราคาตกแล้วค่อยอัพเกรด แต่ร้านที่ผมซื้อแถมแรมให้อีก 8 GB เลยได้แรม 16GB เต็มที่เลย

ฮาร์ดดิสก์

ในเครื่องตัว i7 จะได้ฮาร์ดดิสก์แบบ SSHD 1TB ใช้จริงเหลือ 931GB ผมทำการ Benchmark ความเร็วก่อนทำการอัพเกรด M.2 SSD ได้ความเร็วอยู่ที่ 131 Mb/s ถือว่าเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนพอสมควร เปิดเครื่องใช้เวลา 20 วินาทีได้มั้ง

ผมอัพเกรด M.2 SSD และย้ายวินโดว์มาไว้ใน SSD เรียบร้อย พบว่าชีวิตดีขึ้นมาก ตั้ง UEFI Boot เปิดคอมใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที แฮปปี้สุดๆ Benchmark ได้ 550 Mb/s

Screenshot (2)

SSHD 1TB ก่อนอัพเกรด ความเร็วประมาณ 135/120

2559-06-06 13_25_35-CrystalDiskMark 5.1.2 Shizuku Edition x64

หลังอัพเกรดเป็น M.2 SSD ความเร็วอยู่ที่ 550/330

การ์ดจอ

ในเครื่องจะมี Intel HD Graphics 530 กับ Nvidia Geforce GTX960M ผมลองทดสอบกับโปรแกรมในเครื่อง ได้ผลต่างกันมาก

Screenshot (7)

Intel HD Graphics 530 กระตุกมาก FPS เหลือ 7

Screenshot (4)

Nvidia Geforce GTX960M ได้สูงสุด 300 กว่าๆ FPS (แคปหน้าจอไม่ทัน)


เล็กๆ น้อยๆ

  • USB ด้านขวารองรับฟีเจอร์ Powershare สามารถใช้ชาร์จมือถือได้โดยไม่ต้องเปิดเครื่องโน้ตบุ๊ค
    20160606_131413
  • ช่องเสียบ SD Card เวลาใส่การ์ดจะยื่นออกมา
    20160606_132645
  • ไฟแสดงสถานะมีดวงเดียว โดยปกติจะแสดงว่าชาร์จเครื่องอยู่หรือเปล่า แต่สามารถเปลี่ยนเป็นไฟแสดงสถานะฮาร์ดดิสก์ได้ด้วยการกดปุ่ม Fn + H
    20160606_135914
  • กระเป๋าเป้ที่แถมมาใส่โน้ตบุ๊คได้พอดีเป๊ะ ส่วนใครจะใช้กระเป๋าอื่นต้องเช็คให้ดีๆ เพราะ Dell เครื่องนี้ยาวกว่าโน้ตบุ๊ค 15.6″ ทั่วไป
    20160606_125014
    20160606_125236
  • มีพัดลม 2 ตัวก็จริง แต่เวลาใช้งานทั่วไปถือว่าเงียบมาก
  • ในทางกลับกัน ตอนเล่นเกมพัดลมเสียงดังพอสมควร แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้
  • ตอนเล่นเกมหนักๆ อุณหภูมิเครื่องอยู่ที่ประมาณ 75 องศา (วัดจากโปรแกรม Speccy)
  • ถ้าไม่ได้เสียบสาย ภาพจะถูกจำกัดที่ 40 FPS
  • ในกล่องไม่มีแผ่น Driver หรือ Recovery ให้มาเลย ต้องใช้เลข Service Tag ไปโหลดในเว็บเอาเอง
  • อแดปเตอร์ทั้งใหญ่ทั้งหนัก พกพาลำบาก
  • จอสีจืดชืด ไม่มีชีวิตชีวา (53% Adobe RGB)
  • กล้องหน้าไม่ชัด แต่ไมโครโฟนเสียงชัดเจนดี
  • เครื่องผมสติกเกอร์ Nvidia เอียงเล็กน้อย
  • มี Windows แท้ แต่ไม่มีสติกเกอร์ Windows 10 ติดมากับเครื่องเลย
  • Windows 10 ในเครื่องเป็นเวอร์ชั่นใหม่ อัพเดต 1511 เรียบร้อย
  • Bloatware ในเครื่องมีไม่มาก และค่อนข้างมีประโยชน์ เช่น Dropbox ฟรี 20 GB
  • โปรแกรม Dell Update ทำการอัพเดต BIOS ให้เอง น่ากลัวเหมือนกัน
  • หน้าจอ ตั้ง DPI Scaling ไว้ที่ 125%

อัพเดตข้อมูล หลังจากใช้มา 4 เดือน (29/10/2559)

  • M.2 SSD รองรับแค่ SATA3 อย่าซื้อ PCIe มาล่ะ ไม่งั้นเสียเงินฟรี
  • อัพเดตไดรเวอร์บ่อยพอสมควร ไม่ใช่แค่การ์ดจอ Nvidia แต่เป็นไดรเวอร์เสียง โปรแกรม Dell ต่างๆ
  • ที่ชาร์จตรงไฟสีน้ำเงิน หัวหุ้มหลุดออกมาซะงั้น ใส่กลับไม่ได้ ถึงจะไม่ได้มีปัญหากับการใช้งาน แต่มันไม่สวยเลย
  • สายรัดที่ชาร์จเปื้อนฝุ่นง่ายมาก โชคดีที่ถอดมาล้างน้ำได้
  • คีย์บอร์ดกากจริงๆ ด้วย หลังจากได้สัมผัสคีย์บอร์ด MSI ของเพื่อน
  • แบตอึดใช้ได้ จากแบตเต็ม 100% เล่น League of Legends 1 ตา แบบจำกัด FPS แบตเหลือ 63%
  • จากแบตเต็ม 100% ถ้าเล่นเน็ต เล่นเฟส เขียนโปรแกรม ใช้ได้ประมาณ 6 ชม.
  • หนักชิบ ไปจับ HP Omen ของเพื่อน เบากว่ากันเยอะ
  • สติ๊กเกอร์เป็นรอย ไม่สวย ลอกออกไปเรียบร้อยแล้ว

สรุป

ในกลุ่มโน้ตบุ๊คราคา 30,000 – 40,000 บาท Dell Inspiron 7559 เป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก ถ้าใครชอบความคุ้มค่า ผมคิดว่าซื้อตัว i5 (ราคา 33,990 บาท) แล้วเอาส่วนต่างไปอัพ Ram และ SSD จะดีกว่าครับ เพราะทุกอย่างเหมือนกันหมด ต่างกันแค่ CPU, RAM, และ HDD แค่นั้นเอง

ข้อดี

  • วัสดุดี งานประกอบแน่นหนา
  • อัพเกรดง่าย ไขน็อตตัวเดียวอัพเกรดได้หมด
  • พัดลมระบายความร้อนขนาดใหญ่ 2 ตัว
  • Touchpad ขนาดใหญ่
  • มี Windows 10 แท้ให้มาเลย
  • ประกันเทพ 3 ปี เครื่องเสียโทรเรียกช่างมาซ่อมถึงบ้าน

ข้อสังเกต

  • ไม่มี DVD Drive (ยุคนี้ไม่จำเป็นแล้ว ถ้าจะใช้ก็ซื้อ External เพิ่มได้)
  • ไม่มี USB Type-C (อนาคตคิดว่าได้ใช้แน่ แต่แก้ปัญหาได้ด้วยการซื้อหัวแปลง)
  • ปุ่มลูกศรมีขนาดเล็ก (บางคนเล่นเกม อาจจะไม่ชอบสักเท่าไร)
  • ฝาหลังเป็นรอยนิ้วมือง่าย (สีแดงยังพออำพรางได้ แต่สีดำจะเห็นชัด)
  • เครื่องสีแดงหายาก ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ Limited Edition

ข้อเสีย

  • ราคาแพงเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คยี่ห้ออื่นในช่วงราคาเดียวกัน
  • เครื่องหนัก 2.6 กิโลกรัม อแดปเตอร์ก็หนัก พกพาลำบาก
  • Ram ไม่ใช่ DDR4
  • M.2 SSD ยังเป็น SATA3 อยู่
  • คีย์บอร์ดธรรมดาเกินไปกากชิบ แถมยังตัดไฟออกอีกด้วย
  • หน้าจอจืด สีเพี้ยน (53% Adobe RGB)

ลองพิจารณาข้อดีข้อเสียเทียบกับโน้ตบุ๊คตัวอื่นดู ถ้าสงสัยอะไรก็ถามไว้ที่คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย ว่างๆ ผมจะมาตอบครับ